ค้นหา
1125 MWA Call Center
  1125 MWA Call Center
วิดิทัศน์
 แสดงทั้งหมด
หัวข้อข่าว...ที่น่าสนใจ >> ปี 2555
ผู้ตรวจการแผ่นดิน ตรวจเยี่ยมการประปานครหลวง ถกหาแนวทางรับมือน้ำท่วม

วันที่ 2 ก.พ. 2555

         เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 10.00 น. ณ โรงงานผลิตน้ำบางเขน คณะผู้ตรวจการแผ่นดิน นำโดย ดร.ประวิช รัตนเพียร ผู้ตรวจการแผ่นดิน จากสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้เดินทางไปตรวจเยี่ยม การประปานครหลวง (กปน.) พร้อมเข้าพบกับ นายเจริญ ภัสระ ผู้ว่าการ กปน.และ ผู้บริหาร เพื่อสอบถามถึงสถานการณ์ การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพน้ำและการให้บริการในช่วงที่ต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์มหาอุทกภัยที่ผ่านมา ย้ำฟังข้อมูลจาก กปน.แล้วสบายใจ มั่นใจ เวลาที่ประชาชนเป็นทุกข์ ประปาจะไม่ทิ้งประชาชน ทั้งมีการเตรียมการอย่างดีและได้เริ่มดำเนินตามแผนแล้ว
          ดร.ประวิช รัตนเพียร ผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า การมาตรวจเยี่ยมการประปานครหลวงก็ด้วยสาเหตุหลักสองประการ คือ 1. ระหว่างที่เกิดเหตุการณ์อุทกภัยประชาชนมีความเข้าใจไม่ตรงกัน เกี่ยวกับการเก็บค่าบริการด้านสาธารณูปโภค ค่าน้ำ-ค่าไฟ จึงได้เชิญ 4 หน่วยงานได้แก่ กปน. กปภ. กฟน. กฟภ. มาชี้แจงว่ามีการดำเนินการอย่างไรและได้ให้แนวทางช่วยเหลือประชาชนอย่างไรบ้าง โดยในวันนี้ได้มาที่ กปน. เพื่อรับฟังแนวทางการช่วยเหลือประชาชน หลังจากได้รับทราบแล้วเกิดความสบายใจอย่างมาก เพราะเห็นแล้วว่า กปน.มีมาตรการช่วยเหลือผู้ใช้น้ำเป็นอย่างดีตลอดระยะเวลาที่ประชาชนประสบความทุกข์ อาทิ ไม่มีการเก็บค่าน้ำขั้นต่ำ ให้ความเป็นธรรมตรวจสอบเรื่องค่าน้ำสูง ดูแลตรวจสอบระบบท่อน้ำภายในบ้าน ประการที่ 2. หากเกิดเหตุการณ์เช่นเดียวกับในปี 54 ที่ผ่านมา กปน. ซึ่งเป็นองค์กรสาธารณูปโภคหลักที่ต้องดูแลประชาชนนั้นได้เตรียมการรองรับสถานการณ์ต่างๆ ไว้อย่างไร ซึ่งขณะนี้ก็ได้รับทราบว่า กปน. ได้เริ่มดำเนินการตามแผนระยะต่างๆ แล้ว ทำให้ตนรู้สึกมั่นใจว่า กปน.เห็นความสำคัญและมีความพร้อมกับการรับมือในสถานการณ์ต่างๆได้เป็นอย่างดี ขอให้ประชาชนมั่นใจได้
          ในส่วนของ นายเจริญ ภัสระ ผู้ว่าการ กปน. กล่าวว่า กปน.มีความภาคภูมิใจ ที่สามารถดูแลปกป้องระบบผลิตและสูบจ่ายน้ำประปาได้ตลอดเวลา ทำให้ประชาชนมีน้ำใช้ในภาวะวิกฤติ และ กปน. เป็นหน่วยงานที่เอาอยู่จริงๆ ในการปกป้อง กทม. ไม่ปล่อยให้คลองประปาเป็นทางด่วนนำน้ำเข้าเขต กทม. ชั้นในไปจนถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ภายในเวลาอันรวดเร็วอย่างที่หลายฝ่ายเป็นกังวลกัน ทั้งนี้อยากขอให้หน่วยงานและชุมชนในท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องได้ ช่วยกันดูแลตามแนวคลองรังสิตอย่างจริงจัง เพราะคลองรังสิตเปรียบเสมือนเป็นปราการด่านสุดท้ายที่อาจทำให้น้ำไหลทะลักเข้ามาสู่ คลองประปาและ กทม. ได้ อย่างไรก็ดีคิดว่า แม้ระยะทางระหว่างคลองประปาจนถึงโรงสูบน้ำจะไม่เกิดปัญหา เพราะ ขณะนี้ประชาชนเริ่มเข้าใจแล้วว่า คลองประปาเป็นคลองของประชาชนที่ทุกคนต้องกันช่วยดูแล และ กปน. มีกลุ่มชุมชนสัมพันธ์ที่ได้เข้าไปดูแลทำความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวแล้ว
          ด้านแผนการป้องกันน้ำท่วม ขณะนี้ กปน. ได้เตรียมแผนป้องกันคลองประปาเป็น 3 ระยะ เพื่อเสริมความมั่นคงระบบผลิตและจ่ายน้ำประปา โดยระยะสั้นและระยะกลางจะดำเนินให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ ขณะนี้ได้เริ่มลอกคลองและเสริมแนวคันคลองแบบชั่วคราวให้มีความแข็งแรงและสูงขึ้นอีกซึ่งจะสามารถใช้งานได้ไม่น้อยกว่า 3 ปี ส่วนระยะกลาง จะยกระดับถนนเลียบคลองประปาบางช่วงและทำกำแพงคอนกรีตริมคลองประปาบางส่วน รวมถึงแนวคันกั้นน้ำบริเวณโรงงานผลิตน้ำและสถานีสูบจ่ายน้ำทุกแห่งเป็นเงินกว่า 517 ล้านบาท ส่วนระยะยาวได้ขออนุมัติงบประมาณ 3,500 ล้านบาทจากรัฐบาลผ่านกระทรวงมหาดไทย ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาพัฒน์ฯ เพื่อสร้างเสถียรภาพให้ระบบผลิตน้ำประปาของการประปานครหลวงมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้นและยั่งยืนตลอดไป
          สุดท้าย ผู้ว่าการฯ กปน. ได้ย้ำฝากความห่วงใยมายังประชาชนผู้ประสบอุทกภัย หากยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับค่าน้ำประปาขอให้รีบติดต่อ กปน. ผ่าน Call Center โทร.1125 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ แจ้งสำนักงานประปาสาขาพื้นที่รับผิดชอบในวัน-เวลาทำการ
Website Policy | Privacy Policy | Website Security Policy
 
Copyright 2010 - Metropolitan Waterworks Authority - All Rights Reserved. Call Center : 1125