ค้นหา
1125 MWA Call Center
  1125 MWA Call Center
วิดิทัศน์
 แสดงทั้งหมด
หัวข้อข่าว...ที่น่าสนใจ >> ปี 2553
กปน. ห่วงน้ำในเขื่อนหลักปีนี้มีน้อย หวั่นกระทบถึงปีหน้าถ้าไม่ช่วยประหยัด

วันที่ 20 เม.ย. 2553
 
 
นายเจริญ ชัยกิตติศิลป์ ผู้ว่าการการประปานครหลวง ( กปน. ) เปิดเผยว่าปัจจุบัน กปน. มีแหล่งน้ำดิบเพื่อการผลิตน้ำประปาจากคลองประปา 2 สาย คือคลองประปาฝั่งตะวันออกที่รับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา และคลองประปาฝั่งตะวันตกที่รับน้ำจากลุ่มแม่น้ำแม่กลอง ซึ่งได้น้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ ในจ.กาญจนบุรี โดยขณะนี้มีน้ำรวมทั้งสิ้น 6,630 ล้านลูกบาศก์เมตร เมื่อเทียบกับน้ำที่ กปน. ขอรับการจัดสรรไปจำนวน 240 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด ส่วนน้ำดิบจากคลองประปาฝั่งตะวันออก ที่ใช้น้ำจากลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งขณะนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีรวมกันทั้งสิ้นเพียง 2,978 ล้านลูกบาศก์เมตร นับว่ามีปริมาณน้อยมาก เมื่อเทียบกับปริมาณน้ำที่ กปน.ขอจัดสรรเพื่อการผลิตน้ำประปาถึง 800 ล้านลูกบาศก์เมตร และยังมีปริมาณน้อยกว่าปีก่อน ๆ อีกด้วยจึงเป็นเรื่องที่น่าห่วงมาก แต่อย่างไรก็ตาม กปน. ได้ประสานงานกับกรมชลประทานแล้ว โดยให้ความมั่นใจว่าสามารถจัดสรรน้ำให้ กปน. ได้และไม่ส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปาอย่างแน่นอน ล่าสุด ณ เดือน มี.ค. ที่ผ่านมา พบว่า กรมชลฯได้ปล่อยน้ำมากถึงวันละ 55 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนในเดือน เม.ย. ได้ปล่อยน้ำลดลงเหลือเพียงวันละ 20 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น ทำให้ในสิ้นเดือน เม.ย. นี้ จะเหลือน้ำที่นำมาใช้ได้จากเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ รวมกันอยู่ที่ 1,800 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยกรมชลฯ จะปล่อยน้ำรวมเดือนละ 600 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งจะมีน้ำใช้เพียงพอถึงเดือน ก.ค. นี้ ก็จะไม่มีปัญหาต่อการผลิตน้ำประปา เว้นแต่กรมชลฯ ปล่อยน้ำลงมาน้อยกว่าวันละ 20 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือมีการสูบน้ำไปใช้ทำนาปรังมากเกินไป ก็จะเกิดปัญหาขึ้นได้ เพราะน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะถูกน้ำทะเลหนุนและมีความเค็มปนเปื้อน จึงอาจจะส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปาได้

นายเจริญ ได้แสดงความเป็นห่วงว่า แม้สถานการณ์ภัยแล้งปีนี้จะไม่รุนแรงเท่ากับปี 2537 ซึ่งถือเป็นปีที่แล้งมาก โดยมีน้ำในเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ณ สิ้นเดือน มี.ค. รวมกันเหลือเพียง 1,000 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น ทำให้กรมชลฯ ปล่อยน้ำได้เพียงวันละ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้ เกิดภาวะน้ำทะเลหนุนสูงเกือบถึงสถานีสูบน้ำดิบสำแล แต่ยังโชคดีที่ในปีนั้นฝนตกลงมาเร็วและมีปริมาณน้ำฝนมาก ทำให้ปัญหาภัยแล้งหมดไป ขณะที่ในปีนี้มีการคาดการณ์กันว่า ฝนจะมาช้ากว่าปกติ โดยจะส่งผลให้ภาวะภัยแล้งนี้ยาวนานออกไปอีก และหากยังใช้น้ำกันอย่างไม่ระมัดระวัง ก็จะไม่เหลือน้ำต้นทุนไว้ใช้ในปีหน้า ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์น้ำในปีหน้าน่าเป็นห่วงมากยิ่งขึ้นไปอีก ดังนั้นนอกจากจะแก้ไขปัญหาภัยแล้งด้วยการบริหารจัดการการใช้น้ำให้มีประสิทธิภาพแล้ว รัฐบาลจะต้องให้ความรู้แก่เกษตรกรอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและไม่ส่งผลเสียหายต่อการเพาะปลูก ส่วนคนเมืองหลวงที่มีน้ำประปาใช้ไม่ขาดแคลน ก็จะต้องร่วมมือใช้น้ำอย่างประหยัด เพราะหากวันนี้ทุกคนยังไม่รีบปรับตัว ร่วมมือกัน อนาคตคงไม่มีใครจะมาช่วยเราได้
Website Policy | Privacy Policy | Website Security Policy
 
Copyright 2010 - Metropolitan Waterworks Authority - All Rights Reserved. Call Center : 1125